ต้องยอมรับเลยว่าการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นรายได้ที่เข้ามาอย่างมหาศาลเลย แล้วก็มีนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการยกเลิกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกด้วย เหมือนกับจะเป็นแผนในการพัฒนาในระบบท่องเที่ยว ต้องยอมรับเลยว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สูงมากเลยทีเดียว และรัฐบาลในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ได้มีการหารือการตามนโยบาย เร่งพัฒนาการท่องเที่ยว จึงทำให้รัฐบาลมีการประกาศ ร้านค้าปลอดภาษี ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศญี่ปุ่นนั้นเพิ่มเป็นจำนวนมาก แล้วต้องยอมรับเลยว่าอนาคตก็จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่อง มันเหมือนกับเป็นนโยบายของรัฐบาลเลยที่สนับสนุน ให้มีผู้ประกอบการร้านค้า ร้านขายยาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และยังมีเสริมในเรื่องของการบริการใดๆภายในร้านอีกด้วย

ร้านค้าปลอดภาษี ญี่ปุ่น

สิ่งที่สำคัญสำหรับร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็จะเน้นในเรื่องของความสะดวกสบาย อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นพิเศษเลย แล้วต้องยอมรับเลยว่ามีเพิ่มโปรโมชั่นต่างๆมากมายสำหรับการซื้อสินค้าที่ร่วมโครงการปลอดภาษี สำหรับใครที่ไปเที่ยวแล้วซื้อสินค้าครบ 5,000 เยน และแน่นอนว่าก็ยังมีการบริการในรูปแบบของการใช้ wifi ฟรีอีกด้วย และต้องยอมรับเลยว่าทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่นั้นมีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ ร้านขายเครื่องสำอางและยา ที่มีการรายงานว่าเจ้าของธุรกิจนั้นเพิ่มจำนวนร้านค้าทั่วประเทศญี่ปุ่น เพิ่มหลายสาขามากเลยทีเดียว และยังมีร้านค้าที่ขายสินค้าในรูปแบบของปลอดภาษีด้วย เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และยังมีการบริการขยายไปเรื่อยๆทั่วเมืองใหญ่ๆในประเทศญี่ปุ่น 

การมีบริการ WiFi ฟรี 

หลายคนมองว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับการใช้ Wifi แต่บอกได้เลยว่าการที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปต่างประเทศนั้น สิ่งสำคัญมากที่สุดคือคืออินเทอร์เน็ตเลย มันตอบโจทย์มากที่สุดแล้วสำหรับการใช้สัญญาณ WiFi ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เพราะว่าการเล่นอินเทอร์เน็ตนั้น ซึ่งแน่นอนว่าการที่เราไปต่างประเทศ อินเทอร์เน็ตเราก็จะเล่นไม่ได้ สำหรับใครที่ใช้บริการในประเทศไทย เราจำเป็นจะต้องซื้อซิมใหม่แล้วซื้อแพ็คเกจของการบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศด้วย เลยเป็นเหตุผลที่การใช้ WiFi ต่างประเทศที่มีการบริการนี้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากเลย และสามารถนำไปใช้ได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการอัพรูปสินค้าผ่านโซเชียล รวมถึงการติดต่อญาติพี่น้อง

ผู้ประกอบการหลายเจ้าจะเพิ่มร้านเรื่อยๆ 

ยกตัวอย่างเช่นร้านขายยา “โคโคคาระ ไฟน์” (Cocokara Fine) เจ้าของธุรกิจบอกว่ามีการตั้งเป้าหมายเพิ่มเติมในการที่จะขยายสาขา เป็น 2 เท่าจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 50 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 100 และสามารถขยายสาขาไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่หมดเลย รวมถึงสนามบินอีกด้วยที่จะเน้นเป็นพิเศษ ในเรื่องของการบริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และแน่นอนว่าการขยายธุรกิจนี้จะทำให้มียอดรายรับที่เข้ามานั้นเพิ่มขึ้นจากเดิม และส่วนใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของร้านปลอดภาษี